ปวดศรีษะขณะออกกำลังกายใครว่าไม่สำคัญ

 

ปวดศรีษะขณะออกกำลังกายใครว่าไม่สำคัญ

อาการ ปวดศรีษะขณะออกกำลังกาย อาจเป็นเพียงอาการปวดศรีษะธรรมดา หรืออาจเป็นอาการแสดงจากความผิดปกติในกระโหลกศรีษะที่รุนแรงหรือถึงชีวิต อาการปวดศรีษะขณะออกกำลังกายอาจแบ่งเป็นชนิดต่างๆ ได้ดังนี้

 

  1. อาการปวดศรีษะจากความเครียด (Tension headache)

    พบได้บ่อย ที่สุดในนักกีฬา เช่นเดียวกับในประชากรทั่วไป เช่อว่าอาการปวดศรีษะนั้นเกิดจากกล้ามเนื้อที่อยู่รอบกระโหลกศรีษะตึงตัวมาก ขึ้น และอาจร่วมกับภาวะทางจิตใจบางอย่าง ได้แก่ ความกังวล ความกดดันทางอารมณ์ ภววะซึมเศร้า ความอ่อนล้า เป็นต้น มักมีลักษณะปวดตื้อๆ คงที่ หรือเหมือนมีแถบมารัดรอบศรีษะ โดยอาการปวดมักเริ่มจากบริเวณท้ายทอยและร้าวไปยังบริเวณขมับ ข้าง

  2. อาการปวดศรีษะขณะออกกำลังกายชนิดไม่ร้ายแรง (Benign exertional headache)

    พบในแพศชาย บ่อยกว่าเพศหญิง และมักพบบ่อยขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น อาการปวดศรีษะมักจะเกิดขึ้นทันที และรุนแรงตั้งแต่แรก ลักษณะอาการปวดเหมือนมีอะไรมาแทงในศรีษะ หรือปวดตุ๊บๆ มักจะปวดทั่วๆไปทั้งศรีษะ หรืออาจเป็นเฉพาะที่ท้ายทอย หรือส่วนหน้าของศรีษะ มักปวดเท่าๆ กัน ทั้ง ข้าง อาการปวดจะคงอยู่หลายนาที บางครั้งแม้จะหยุดออกกำลังกายก็ยังปวดอยู่ ยังไม่ทราบกลไกชัดเจนของอาการปวดชนิดนี้ ตรวจร่างกายไม่พบความผิดปกติของระบบประสาท การรับประทานยาแก้ปวดมักทำให้อาการดีขึ้น

  3. อาการปวดศรีษะขณะออกกำลังแบบไมเกรน (Effort migraine)

    อาการปวด ศรีษะชนิดนี้มักเป็นบริเวณหลังลูกตาข้างใดข้างหนึ่ง โดยมีลักษณะปวดตุ๊บๆ รุนแรง อาจตรวจพบลานสายตาผิดปกติทันทีหลังออกกำลังร่วมด้วย พบบ่อยในนักกีฬาที่ไม่ค่อยฟิต เมื่อแข่งขันในที่สูงจากระดับน้ำทะเลมากๆ ได้รับสารน้ำไม่แพียงพอ หรือออกกำลังกายในที่ที่ร้อนเกินไป จากการตรวจร่างกายมักไม่พบความผิดปกติของระบบประสาทอื่นๆ นอกจากความผิดปกติของลานสายตาดังกล่าวแล้ว

    โดยทั่วไปอาการปวดศรีษะชนิดนี้จะไม่ร้ายแรงและมักจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก ถ้านักกีฬาคนนั้นมีความฟิตมากขึ้น และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

  4. อาการปวดศรีษะที่ถูกทำให้รุนแรงขึ้นด้วยการออกกำลังกาย (Aggravation of anestablished headache by exercise)

    หมายถึง บุคคลนั้นมีอาการปวดศรีษะเดิมอยู่ก่อนแล้ว ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม และเมื่อออกกำลังกายก็จะทำให้อาการปวดศรีษะเดิมนั้นเป็นมากขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของแพทย์จะต้องซักประวัติเพื่อแยกออกจากอาการปวดศรีษะในข้อ และ ให้ ได้ อาการปวดศรีษะก่อนมีประจำเดือนหรืออาการปวดศรีษะแบบไมเกรนชนิดอื่นๆ แต่ในบางคน การออกกำลังกายกลับช่วยลดอาการปวดศรีษะแบบไมเกรนบางอย่างได้ด้วย จึงอาจนำไปใช้รักษาได้ฃ

  5. อาการปวดท้ายทอยจากการออกกำลังกาย ในผู้ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย

    อการปวดจะเหมือนกับอาการปวดศรีษะชนิดไม่ร้ายแรง(ในข้อ 2 ) แต่ มักจะปวดบริเวณท้ายทอย และบางครั้งมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วยยิ่งออกแรงมาก หรือเคลื่อนไหวคอมากขึ้น ก็ยิ่งปวดมากขึ้น อาการปวดอาจคงอยู่หลายชั่วโมงหลังจากหยุดออกกำลังกายแล้ว การตรวจร่างกายจะไม่พบความผิดปกติของระบบประสาท การป้องกันทำได้โดยการประคองบริเวณกล้ามเนื้อคอ และรับประทานยาแก้ปวด

  6. อาการปวดศรีษะเนื่องจากอุปกรณ์กดรัด (Pressure headache)

    เช่น ในนักกีฬาว่ายน้ำที่ต้องสวมแว่นตาว่ายน้ำ หรือในนักกีฬายกน้ำหนัก ซึ่งอาจมีการกดของรากประสาทใขสันหลังบริเวณคอเกิดขึ้น (Weight Lifter' Headache) จากกระดูกคอเสื่อม เคลื่อน หรือหมอนรองกระดูกคอปลิ้น การป้องกันและรักษาก็ทำได้โดยการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้ รวมทั้งเทคนิคการฝึก

  7. อาการปวดศรีษะจากการโหม่งลูกบอล (Footballer's migraine)

    ได้มีการ อธิบายภาวะนี้ครั้งแรกในนักฟุตบอลประเทศอังกฤษที่มีอาการปวดศรีษะแบบไมเกรน ร่วมกับภาวะบานสายตาผิดปกติคลื่นไส้และอาเจียน เชื่อกันว่าเกิกจากการโหม่งลูกบอลที่ผิดจังหวะหรือโหม่งด้วยบริเวณขมับหรือ ด้านข้างของศรีษะ (Parietal Region) แทนที่จะโหม่งด้วยบริเวณโหนกศรีษะ (Frontal Region) ทำ ให้มีอาการหดตัวของกล้ามเนื้อคอด้านข้าง จึงเกิดการบิดและหดตัวของเส้นเลือดบริเวณฐานกระโหลกศรีษะขึ้น ไม่จำเป็นต้องเป็นนักฟุตบอลเท่านั้นที่เกิดอาการนี้ได้ นักมวยปล้ำ รักบี้ หรือนักมวย ก็เป็นได้

  8. อาการปวดศรีษะขณะออกกำลัง จากพยาธิสภาพภายในกะโหลกศรีษะ

    พบได้น้อย มาก เกิดจากสาเหตุภายในกะโหลกศรีษะว่าอาจเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบ โครงสร้างระบบประสาทแต่กำเนิด จากการกดสมองบริเวณฐานกะโหลกศรีษะ หรืออาจเป็นภาวะเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นนอก หรืออาจเป็นเนื้องอกของโครงสร้างต่างๆ ในกะโหลกศรีษะ อาการปวดศรีษะในกลุ่มนี้โดยทั่วๆ ไป มักรุนแรงมากขึ้นในขณะออกกำลังกายหนักขึ้น อาการปวดศรีษะอาจถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้นได้ทันทีหรือถูกทำให้ลดลงได้ทันที ด้วยการเปลี่ยนตำแหน่งของศรีษะ อาจพบความผิดปกติของระบบประสาทได้ เช่น อาการอ่อนแรง อาการชา การลดความรู้สึกตัว รูม่านตาและการตอบสนองต่อแสงผิดปกติ อาการชักกระตุก การตอบสนองของรีเฟล็กผิดปกติ นอกจากนั้นนักกีฬาคนนั้นอาจจะมีอาเจียนพุ่ง มีเสียงดังหึ่งๆ ในหู ตาเหลือกไปข้างใดข้างหนึ่ง ฯลฯ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุต่อไป

  9. อาการปวดศรีษะจากความดันโลหิตสูงเฉียบพลันในนักกีฬาคนพิการ (Headache due to autonomic hyperreflexia)

    ในคนที่ได้รับบาดเจ็บของไขสันหลังตั้งแต่ระดับอกขึ้นไป (ซึ่งก็มักจะมีอาการอัมพาตของลำตัวรวมทั้ง ขา ข้าง และขาตั้งแต่กลางลำตัวลงมาเมื่อ ออกกำลังกายอย่างหนัก อาจจะกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติอย่างเฉียบพลัน ทำให้เส้นเลือดบริเวณที่ถูกเลี้ยงด้วยเส้นประสาทอัตโนมัติที่อยู่ต่ำกว่า ระดับที่ได้รับบาดเจ็บหดตัว ทำให้ความดันโลหิตทั่วร่างกายสูงขึ้น รวมทั้งความดันโลหิตในกะโหลกศรีษะด้วย จึงทำให้ปวดศรีษะอย่างมาก นอกจากนี้ก็มีอาการหน้าแดง ตาพร่า ร่วมด้วย การรักษาทำได้โดยการหยุดออกกำลังกายทันที ความดันโลหิตก็มักจะกลับสู่ปกติ และถ้าเป็นไปได้ ให้จัดให้ศรีษะอยู่สูงที่สุด และพบแพทย์

  10. อาการปวดศรีษะจากการถูกกระแทกซ้ำๆ (Second-impact catastrophic headache)

    เกิดจากการ ถูกกระแทกที่ศรีษะซ้ำๆ ซากๆ ทำให้สมองบวมไปทั่ว และรบกวนการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ผู้ป่วยอาจมีอาการรุนแรงมาก เช่น ความดันในกระโหลกศรีษะสูงขึ้น จนสมองส่วนกลางและส่วนขมับถูกกด เส้นประสาทสมองเป็นอัมพาต ระดับความรู้สึกตัวลดลงหรืออาจมีอาการไม่รุนแรง เช่น ปวดศรีษะตลอดเวลา ไม่มีสมาธิ และอารมณ์หงุดหงิดง่าย ซึ่งอาการเหล่านี้อาจคงเหลืออยู่นานหลายเดือนหลังเกิดอุบัติเหตุ

ที่มา ข่าวสารคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปีที่ 26 ฉบับที่ 8 ประจำเดือนสิงหาคม 2554 .