ประเภทของน้ำหนักที่ใช้ในการฝึก

                การแบ่งประเภทของการฝึกด้วยน้ำหนักหรือการเล่นเวทนั้น ขึ้นอยู่กับว่า แบ่งแยกจากอะไร โดยทั่วไปจะ แบ่งโดยใช้อุปกรณ์เป็นเกณฑ์หลักในการแบ่ง ดังที่กว่าไว้ในบทความที่แล้ว คือ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ การฝึกโดยใช้น้ำหนักร่างกายเป็นแรงต้าน (Body weight) และ การฝึกโดยใช้อุปกรณ์ช่วยฝึกประเภทต่างๆ (Machine weight)

                การฝึกโดยใช้อุปกรณ์ช่วยฝึกนั้น ยังสามารถแบ่งประเภทตามลักษณะอุปกรณ์ที่ใช้ ได้อีก 2 แบบ คือ อุปกรณ์แบบอิสระ (Free weight) ได้แก่อุปกรณ์พวก บาร์เบล ดัมเบล ประเภทต่างๆ ส่วนอีกประเภท ก็คืออุปกรณ์ฝึกแบบสถานี (Station machine) ลักษณะเป็นเครื่องฝึกที่สามารถ ควบคุมท่าทางในการออกแรงให้ออกแรงเฉพาะกล้ามเนื้อที่ต้องการ ทั้งสองอุปกรณ์นั้นมีข้อดีข้อเสีย ที่ต่างกัน Free weight นั้นสามารถเล่นได้หลายท่า แต่ก็ไม่สามารถเพิ่มน้ำหนักได้มาก และหากผู้ที่เล่นไม่มีประสบการณ์เพียงพอ อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บ หรือใช้กล้ามเนื้อในการออกแรงไม่ถูกต้อง ส่วนอุปกรณ์ฝึกแบบสถานี ข้อดีคือใช้กล้ามเนื้อออกแรงได้อย่างถูกต้อง เพราะมีการบังคับท่าทางในการออกแรงให้ถูกต้อง สามารถใส่น้ำหนักได้มาก ข้อเสียคือเล่นได้เฉพาะท่าที่เครื่องออกแบบมาเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการใช้น้ำหนักร่วมกับการฝึกแบบต่างๆด้วย เช่น การฝึกความคล่องแคล่วว่องไว (Agility training), ฝึกพัฒนาแรงระเบิด (Plyometric training) เป็นต้น

                โดยทั่วไปสิ่งที่นำมาใช้เป็นน้ำหนักในการฝึกนั้นจะเป็นเหล็ก หรือแผ่นน้ำหนัก ออกแบบให้สามารถหยิบใช้งานได้สะดวก สำหรับอุปกรณ์แบบ free weight และออกแบบให้สามารถเพิ่ม-ลด น้ำหนักได้ง่าย สำหรับอุปกรณ์ฝึกแบบสถานีจะใช้น้ำหนักแบบแผ่นเหล็กหลายแผ่นวางซ้อนกัน ทำให้สามารถปรับน้ำหนักได้ นอกจากแผ่นน้ำหนักที่เป็นเหล็ก, ยาง หรือวัสดุแบบอื่น ยังมีการนำของเหลว และก๊าซมามาเป็นน้ำหนักในการฝึกด้วย

                การนำของเหลวมาใช้เป็นน้ำหนัก เป็นที่รู้จักในชื่อ Hydraulics weight machine คือ กระบอกสูบประเภทต่างๆ ที่น้ำมาใช้เป็นน้ำหนักต้านแรงในการฝึก weight machine แบบกระบอกสูบนั้น สามารถพบเห็นได้ทั่วไป ข้อดีคือให้แรงต้านที่สม่ำเสมอ คงที่ เหมาะสำหรับการออกแรงไม่มาก การฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ข้อเสียคือ ปรับระดับความหนักได้น้อย ใช้ฝึกเพื่อสร้างความเร็วไม่ได้

                การนำก๊าซ มาใช้แทนน้ำหนัก Pneumatic weight training เป็น รูปแบบการใช้น้ำหนักแบบใหม่ โดยใช้แรงดันลมในกระบอกสูบเป็นน้ำหนัก สามารถใช้ฝึกได้ทั้งสร้างความแข็งแรง เพิ่มขนาดกล้ามเนื้อ และที่สำคัญสามารถใช้ฝึกเพื่อเพิ่มความเร็ว (Speed) ได้ ซึ่งเป็นนวัตกรรมในการฝึก เพราะการฝึกด้วยแผ่นน้ำหนักจะเกิดแรงเฉื่อย ทำให้ไม่สามารถรักษาแรงต้านให้คงที่ตลอดเวลาได้ (แรงต้านในตอนเริ่มยก ไม่เท่ากับตอนจบการยก) โดยเฉพาะการฝึกแบบพัฒนาความเร็ว จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างเครื่องฝึกแบบใช้แผ่นน้ำหนักเป็นแรงต้าน กับเครื่องฝึกที่ใช้กระบอกลม เป็นแรงต้าน

                               

กราฟแสดงค่าแรงต้านที่ เกิดขึ้นระหว่างการยกน้ำหนักแบบรวดเร็ว ซึ่งแสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างรูปแบบน้ำหนักทั้งสองแบบ สีแดงคือ แรงต้านที่ได้จากแผ่นน้ำหนัก สีน้ำเงิน คือ แรงต้านที่ได้จากกระบอกลม จะเห็นได้ว่า แรงต้านที่ได้จากกระบอกลมคงที่สม่ำเสมอ ในขณะที่แรงต้านที่ได้จากแผ่นน้ำหนัก จะไม่สม่ำเสมอ โดยจะให้แรงต้านที่มากในช่วงแรก แล้วค่อยๆลดแรงต้านลง

กราฟแสดงค่าแรงต้านที่ เกิดขึ้นระหว่างการยกน้ำหนักแบบช้าๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแทบจะไม่มีความแตกต่างระหว่างรูปแบบน้ำหนักทั้งสองแบบ ดังนั้นการใช้แรงต้านที่ได้จากกระบอกลมมาฝึก จึงสามารถใช้ทดแทน แรงต้านที่ได้จากแผ่นน้ำหนักได้ และได้ประโยชน์มากกว่าแรงต้านที่ได้จากแผ่นน้ำหนัก