ตอนนี้ไทคัพครั้งที่ 8 ได้เดินทางมาถึงสนามที่ 4 เป็นภาคใต้ตอนบน ทีมงานทั้งหมดมาประจำการอยู่ที่จังหวัดระนอง พอมาถึงก็เป็นที่รู้กันนะว่าเป็นเมืองฝนแปดแดดสี่ (ต้องทำใจ) แต่กลับไม่เป็นอย่างที่เตรียมใจไว้เพราะฟ้าฝนเป็นใจให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่น
มาถึงทะเลฝั่งอันดามันทั้งทีนกซา...ซ่าส์จะไม่พาไปรู้จักพี่ ๆ ที่อยู่บนเกาะทางแถบทะเลอันดามันคงเหมือนว่าจะมาไม่ถึงนะ นกซา...ซ่าส์เลยไปนั่งคุยกับพี่ ๆ ชาวเกาะยาว ที่เข้าร่วมแข่งขันเซปักตะกร้อในนามทีมอบต..พรุใน จ.พังงา พี่บังทั้งหมดนี้เป็นชาวเกาะยาวที่เรียกพี่เค้าว่าบังเพราะจะเรียกผู้ชายที่นับถือศาสนาอิสลามว่าบัง ชาวเกาะยาวประมาณ 99% นับถือศาสนาอิสลาม ข้อมูลนี้บังแวว หรือนายอุบล ช่วยการกล้า ที่เป็นผู้จัดการทีม เป็นผู้ให้ข้อมูลนี้เพิ่มเติมมาจ้า... โดยมีผู้ควบคุมทีมนายเจริญ เบ็ญอ้าหมาด และมีลูกทีมบังหมาน นายสมศักดิ์ คำสมุทร นายสุชาติ สงวนไถ นายภูริภัทร สงวนไถ นายอรรถพล ชำนินา และรายวีรายุทธ คลองสมุทร บังหมานเล่าให้ฟังว่าปีนี้เป็นปีแรกเลยที่พวกเราชาวเกาะได้มาแข่งในมหกรรมไทคัพ พวกเราดีใจมากที่ได้มีโอกาสดี ๆ อย่างนี้ เพราะเมื่อปีที่ผ่านมาไม่ค่อยทราบข่าวการสมัคร อาจจะเนื่องมาจากพวกเราอยู่บนเกาะทำให้ขาดการสื่อสารก็อาจจะเป็นได้ แต่ปีนี้ได้ทราบข่าวจากองค์การบริหารส่วนตำบลพรุใน และทีมเราก็ได้การสนับสนุนจากนายมนตรี เบ็ญอ้าหมาด ซึ่งท่านเป็นนายกอบต. พรุใน ได้ให้การสนับสนุนทีมในครั้งนี้ โดยให้ทั้งค่าเดินทาง ค่าชุดแข่งขัน ซึ่งท่านนายกได้ให้การสนับสนุนกีฬาทุกชนิดไม่เฉพาะแต่เซปักตะกร้อเท่านั้น บังแววเล่าต่อว่าการเดินทางของพวกเราในการมาแข่งครั้งนี้ไม่ได้มาเฉพาะทางบกนะ เพราะต้องนั่งเรือจากเกาะมาประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วต่อรถมาอีก 300 กว่ากิโลเมตร นี่ถ้าไม่รักกันจริงไม่มานะ...หัวเราะ บังแววยังเล่าถึงบนเกาะว่าบนเกาะยาวมีประชากรประมาณหมื่นกว่าคน ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำการประมง เย็น ๆ หลังจากออกเรือแล้วก็จะมาเล่นกีฬากัน มีทั้งฟุตบอล เซปักตะกร้อ แต่คนส่วนใหญ่จะไปเล่นฟุตบอลกัน พวกเราเลยอยากจะอนุรักษ์กีฬาชนิดนี้ไว้ไม่ให้ห่างหายไป ในส่วนของอบต.เองนี้ก็มีการจัดแข่งขันปีละครั้งเป็นกีฬาท้องถิ่นมีแข่งฟุตบอล เซปักตะกร้อ และวอลเลย์บอล พวกเราก็จะแข่งกันบนเกาะ แต่ไทคัพปีนี้ถือเป็นครั้งแรกของพวกเราเลยที่ออกมาแข่งนอกเกาะ มาแข่งก็ไม่ได้หวังรางวัลอะไรมากขอเข้ารอบลึก ๆ ก็ดี เพราะความจริงพวกเราตั้งใจจะมาหาประสบการณ์มากกว่า เพราะประสบการณ์ดี ๆ อย่างนี้ไม่ได้หากันง่าย ๆ ถ้ามีรางวัลกลับไปคงทำให้เด็กรุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจกันเพิ่มขึ้น และปีหน้าคาดว่าทีมของอบต. พรุในเองน่าจะส่งแข่งถึง 2 ทีม
ท้ายนี้พวกเราขอขอบคุณนายกมนตรี เบ็ญอ้าหมาด นายกอบต. พรุใน ที่ให้การสนับสนุนทีม และขอบคุณไทคัพที่มอบประสบการณ์ดี ๆ อย่างนี้กับพวกเรา และขอฝากให้เด็กรุ่นใหม่มาเล่นกีฬาตะกร้อกันมาก ๆ เพื่อเป็นการอนุรักษ์กีฬาพื้นบ้านของเราเอาไว้ไม่ให้สูญหายไป และอยากให้หน่วยงานต่าง ๆ ช่วยกันส่งเสริมและผลักดันกีฬา เพื่อให้วงการกีฬาบ้านเราพัฒนาและมีเด็กรุ่นใหม่ที่มีฝีมือไปสู้กับต่างชาติได้ครับ เห็นมั้ยว่ากีฬาไม่มีการแบ่งศาสนา แบ่งสถานที่ในการเล่น ดูอย่างบังทีมอบต. พรุในที่อยู่บนเกาะยังเล่นตะกร้อกันเลย เอ้า...ว่าแล้วนกซา...ซ่าส์ขอตัวไปหัดเตะตะกร้อบ้างดีกว่าเดี๋ยวจะเสียชื่อทีมงานเราหมด...แล้วเจอกันใหม่เจ้าค่ะ
|