การแข่งขันเซปักตะกร้อในงานมหกรรมกีฬาท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ไทคัพ ระดับภาคเหนือตอนบน จ.น่าน นั้น มีทีมที่ส่งมามากที่สุดนั่นก็คือ ทีมชุมชนบ้านเมืองเล็น จ.น่าน ซึ่งส่งมาทั้งหมด 4 ทีมด้วยกัน สาเหตุของการที่ส่งมาเยอะนั้น ทาง นางวาสนา มหายศนันท์ ผู้จัดการทีมชุมชนบ้านเมืองเล็น กล่าวว่า อยากส่งเสริมให้คนในชุมชนมีโอกาสได้มาสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันและหาประสบการณ์ดู ซึ่งทางชุมชนบ้านเมืองเล็นเองนั้น มีสนามตะกร้อที่ใช้ในการเล่น การซ้อม พร้อมอยู่แล้ว เรียกได้ว่าค่อนข้างจะสมบูรณ์และดีที่สุดในจังหวัดน่านเลยก็ว่าได้ และไม่ว่าจะมีการแข่งขันรายการใดๆก็ตาม นักกีฬาของทามชุมชนบ้านเมืองเล็น ก็จะติดอยู่ในอันดับต้นๆของรายการอยู่เสมอๆ คือถ้าพูดถึงทีมตะกร้อของจังหวัดน่าน ทุกคนก็จะนึกถึงทีมชุมชนบ้านเมืองเล็นเป็นอันดับแรกนั่นเอง ทำให้ตน และ สามี คือ ส.อ.วิจิตร มหายศนันท์ ซึ่งเป็นอดีตนักกีฬาตัวแทนจังหวัดน่าน ได้รวบรวมเงินทุนส่วนตัว มาทำทีมในครั้งนี้ และได้รับการสนับสนุนบ้าง จากทางเทศบาลเมืองน่าน ชุมชนบ้านเมืองเล็น และ ส.ต.ส. (สำนักงานต่อต้านยาเสพย์ติด) แต่ส่วนใหญ่จะเป็นทุนส่วนตัว และได้ดึงทางนาย เชิด น้อยเมือง อดีตนักกีฬาทีมชาติ และ นายสุเทพ แปงเทือก ปลัดจังหวัดน่าน มาร่วมกันทำทีมอีกแรงหนึ่ง โดยที่ทุกคนต่างก็มีความเห็นตรงกันว่า อยากจะฟื้นฟูกีฬาตะกร้อในจังหวัดน่านให้คนทั่วไปหันมาสนใจกันอีกครั้ง เด็กรุ่นใหม่ๆ ไม่ค่อยรู้จักกีฬาตะกร้อเท่าที่ควร เนื่องจาก ทางสมาคมกีฬาจังหวัดน่านจะให้ความสนใจ และ ผลักดันกีฬาฟุตบอลเสียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เด็กๆหันไปเอาดี และเล่นฟุตบอลกันมาก จึงอยากให้ผู้ใหญ่หันมาสนใจและให้การสนับสนุนกีฬาตะกร้อบ้าง ทุกวันนี้ นักกีฬามีฝีมือ แต่ขาดแรงผลักดัน และ แมตช์การแข่งขันที่ไม่เพียงพอต่อการแสดงฝีมือ ทำให้เด็กถอดใจและเลิกเล่นตะกร้อมาก็เยอะ นับว่าเป็นการปิดโอกาสในการที่จะมีนักกีฬาที่จะสร้างชื่อเสียงและคุณประโยชน์ ให้กับจังหวัดน่านไปอย่างน่าเสียดาย ในส่วนของการแข่งขันของทีมชุมชนบ้านเมืองเล็น ในงานไทคัพเองนั้น ตนคิดว่า เด็กยังขาดประสบการณ์ เพราะ สภาพจิตใจยังไม่นิ่งพอ แต่โดยรวมก็ถือว่าพอใจ เพราะจากการที่นักกีฬามาจากชุมชนเดียวกัน แต่ก็มาจากต่างอาชีพ ต่างวัยกัน ทำให้ค่อนข้างจะมีอุปสรรคในเรื่องของการฝึกซ้อม ที่ ไม่สามารถจะซ้อมกันได้อย่างครบทีมได้เต็มที่ แต่นักกีฬาทุกคนก็รู้หน้าที่ของตัวเองดี และ ตั้งใจฝึกซ้อมกันอย่างเต็มที่เช่นกัน ทำให้ตนมีความมั่นใจว่า จะได้เป็นตัวแทนไปแข่งในรอบระดับประเทศที่ จ.นครสวรรค์ ทั้งสองทีมอย่างแน่นอน สำหรับการที่ตนเป็นผู้จัดการทีมของทีมชาย และเป็นผู้หญิงด้วยนั้น ไม่ได้เป็นสิ่งที่ตนหนักใจและไม่เป็นปัญหาในการดูแลทีมเลย ว่า นักกีฬาจะเชื่อฟังหรือให้ความเคารพหรือไม่ เพราะนักกีฬาทุกคนมีวินัยดีมาก ให้ความไว้ใจ และเชื่อใจในการดูแลทีมของตนอย่างเต็มที่ จึงไม่มีอุปสรรคในเรื่องของการที่ผู้หญิง คนเดียวต้องมาคุมผู้ชายถึง 4 ทีมด้วยกัน งานไทคัพสำหรับตนแล้วที่เป็นงานที่เปิดโอกาสให้นักกีฬาที่เป็นระดับท้องถิ่นจริงๆ ได้มีโอกาสมาพัฒนาฝีมือตัวเอง เพื่อที่จะได้รู้ตัวเองว่า ฝีมืออยู่ในระดับไหนแล้ว เมื่อเทียบกับนักกีฬาจากท้องถิ่นอื่นๆ และจะได้มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้าไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้